15 กุมภา วันวาเลนไทน์

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่-ไปไหน  บ้า   เพิ่งเดือนกุมภา 
แต่วันนี้ก็วันสำคัญนะ วันเกิดไลลา “อาร์ตไดเงินปอนด์”  เค้าล่ะ

me1

เรามาเริ่มต้นวันแสนสุขด้วยคำของคุณครูส้ม ปิยะนันท์ กลิ่นไกล
เธอผู้มีอาวุธ เอ่อ อาวุโสเป็นถึงครูบาอาจารย์ระดับอนุบาลเรียกป้า

“สุขสันต์วันเกิด
ปีนี้เท่าไหร่แล้วเนี่ย 23 ใช่ม่ะ 5 5 5
มีความสุขมากๆ นะ
ส้มลิ้ม ; > “
อะไรคะ ?? ครูปิยะอังกินันท์คะ ??? เขาให้มาอวยเพื่อน นี่อวยตัวเอง
“สุขสันต์วันเกิดนะ ส้มลิ้ม” …เออ นะ
อ่ะ เอารูปด้วยจะได้นึกออก ไม่เจอสัมนาน จะลืมซะ (ขวาล่าง)

italy183-640x426
…………………………………………………………………………………………………………

ต่อไป  ต้อม คิวมา !

tom-21

happy bitchday!
ชิ
ก็ขอให้ได้เท่าเข็มนะ นี่คือคำอวยพรจากเพื่อนต้อมผู้ไม่เคยอิจฉาใครเลย .. จริงๆนะ”
อันนี้แม่คุณคงเย็บผ้าม่านให้โรงแรมเจ๊มากไปจริงๆ มีเข็มมาเกี่ยวข้อง
ถ้าบอยได้เข็ม วันเกิดพี่ขอเป็นรถมินินะ แต่เมย์ไม่ต้อง หน้าพี่เหมือนพอ ใช้แทนได้

copy-2-of-2432695579_d77fd1e98a_o

“ฮิๆๆ อยู่กันสองคนมีความสุขกว่ามันอยู่เนอะแก๊..”
“ อ๊ายย แก๊ พูดไป๊  ….ก็ถูก”

…………………………………………………………………….

จบกลุ่มเด็กแนว ก็ตามด้วยลุงแนว รุ่นพี่ช่างศิลป์อีกคน คู่กัดหล่อนไงล่ะ ไลลา
“ขอให้ไอ้น้องมีความสุข จบเร็วๆ นะจ๊ะ”

img_1827-540x640

โห พี่เขาพูดด้วยเพราะขนาดนี้ ไม่ต้องอวยพรก็โชคดีแล้วเอ็งเอ๊ยยยย..
เพราะปกติพี่เขา.. เอ่อ ไว้โทรถามพี่แดงละกันนะ
555
………………………………………………………………………..

ต่อจากแก๊งค์ช่างศิลป์ลาดกระบัง ก็ต่อด้วยลาดกระบังเหมือนกัน แต่แนวเต็ค
เรียนเชิญคุณณวัฒน์ โทษฐานเจอกันที่ลอนดอนและใช้น้องไลลาส่งของลงเรือ
โดนซะ
บอกพี่ไปว่า พี่  อวยพรน้องสั้นๆ สักนิดๆ หน่อยๆ นะ พี่ต่ายบอกมาว่า

“ขอให้รุ่ง”
K ค่ะพี่ หนูไม่น่าบอกเลยว่าอวยพรสั้นๆ

kensington

……………………………………………………………………………………….

ต่อไป ป้าไก่เก้าชีวิต ในชุดสก็อตแลนด์ยาร์ดรูปบนเนี่ยแหละ
จัดมาจาก Basel

“Happyyyyyyy Birthday to nu Laila kha !.
Wish you to look more beauty whole day ,
whole night and get a handsome guy in very soon
on full moon night kha.
Love na, joof  – joooooffff
Paa Kai 9 lives”

พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลยป้าคนนี้ ต้องรอฟูลมูน วันพระ 25 ค่ำด้วยเหรอถึงจะได้เจอคนหล่อ
ไงกัน? ไงกันยะเนี่ย
อ๋อ ป้าเค้าคงจะบอกว่า “วันพระไม่ได้มีหนเดียว” และ “เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด” นั่นเอง
(ว่าเฮ็ดอาร์ตเวิร์กไปแล้วอาจถูกดึงเงิน  เชื่อ=ติดไว้ก่อน 
เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด=พี่เสือขอติดค่าอาร์ตเวิร์กที่บอยเฮ็ด – ไว้ก่อน)

น่า นะ ชอบๆ กัน

img_1272-640x480

…………………………………………………………………………………………………

จากป้ามาลุง
ลุงแดง “เต็ค คูโบต้า” บ้าพลังและทนโคตร
(อ้ายย คนล้อ-หล่อของชั้น) ฝากมาแบบ งงๆ
“ขอให้สาวขึ้น ขาวขึ้น”
ไรอ่ะ เหยียดวัย เหยียดสีผิว แหยะ
ไมต้องขาวขึ้นด้วยอ่ะ
“ขาวขึ้นแล้วได้แฟนดี เป็นที่มาของพรทุกสิ่งที่เหลือ”
โอ้วววววววววว์
โอวววว์
โอวว์

img_0037

………………………………………………………………………………..

ต่อจากป้า มาลุง  ก็เป็นน้า  คุณคัลเลอร์บาร์
คิวมาค่ะ
“ สุขสันต์วันเกิดนะฮะ
แอดเอมมาทอดสะพานกันบ้างก็ดี

sevensamurai2@hotmail.com
555″
แหม นะ ขายของกลางที่สาธารณะ ปั้ดเก็บคาที่ เอ้ย ค่าที่ ซะ
ว่าแต่..จะทอดสะพานใส่กันทั้งที เอากระทะไหนอ่ะ
สามารถจริงนะ
อ้อ ซามูไรท่านมาเฉพาะคำอวยพร ขอภาพไปแล้วแต่ไม่ได้รับ 
คือ   ช่างภาพเค้าไม่ให้ภาพกันง่ายๆ เพราะมี pro fee และลิขสิทธิ์ค่ะ
อย่ามาขอฟรี   ได้ไง
…………………………………………………………………………………………………………

จากน้า มาหลาน ท้ายสุด จากปอบหยิบ
“ขอให้น้าบอยรุ่งๆ นะคร้าบ
(ด้านไหนล่ะเธอ?แม่ถาม)
ก็..การเงิน  การเรียน.. งาน มั้งนะ
เอาทุกด้านที่รุ่งได้”

img_2046-640x480
แฮ่

 

 

โถ ห่วงน้า ถึงกับไม่เลือกเลยทีเดียว ประมาณอะไรก็ได้ ขอให้รุ่งซักอย่างเถ้อออ..ฮ่าๆๆ
อันนี้แม่มันเติม   เสียของเลย
คนมองโลกแง่ร้ายก็เงี้ยะ
แต่เอ๊..ธรรมดาเนี่ย
ยอดหญิง positive thinking ต้องยกให้แม่น้องปอบเธอนะ
สุดๆแห่งการคิดบวกก็พี่เสือนี่แหละ  ไม่เคยยอมทำอะไรให้ใครฟรี บวกตลอด
……………………………………………………………………………………………………..

แระ….
สุดท้าย มาตามความสวย พี่เสือเอ๊งงงง…
“วันเกิดบอย พี่ซื้อหนังสือให้ ไว้จะฝากไปสู่ลอนดอนค่ะ
แต่ขอบอกก่อนว่าที่เมืองไทย ผู้ชายคนที่บอยรักเค้าชวนพี่เอนกายลงนอนด้วยกันด้วยแหละ
สม มัวแต่ไปเรียน พี่เอาสุรักษ์ สุขเสวีมาครอง ชิ”
ตอนอ่านช่วยหรี่ตา กดคาง ทำปากเจ่อเหวอๆแบบอั้ม พัชราภา(+พ) ด้วยนะ ได้รมณ์
อ่ะ เอารูปไว้ลูบชื่อคนเขียนตรงหน้าจอไปก่อน
ส่วนตัวและหัวใจเขาอยู่กับพี่ 
ทำใจดีๆ ไว้

img_0051-640x480

 

จบด้วยรูปพี่เอง ที่ดูแปลกตาไปเพราะคอสตูมน่ะค่ะ เท่านั้นจริงๆ
สวัสดีค่า

dance-96

happy birthday Lailaaaaaaaaa…
…………………………………………….

Comments (27)

สะบายดี

000003-640x547 

“สะบายดี”
มามะน้องๆ พี่ๆ เริ่มกันด้วยช็อทที่มักจะได้ติดกล้องมาเสมอเมื่อเดินทาง คือภาพสนามบิน
สงสัยเพราะคงเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเขียน travel journal (มั้งนะ)
เพราะภาพภาพเดียวแทนคำพูดสี่คำ -ที่บ้านพูดน้อยอ่ะ
อะไรนะ น้อยไปเหรอ
อ่ะ ได้ งั้นเอาเหตุผลตลาดๆ หน่อยก็ได้ ภาพเดียวแทนคำพูดพันคำก็ได้

ภาพด้านล่างนี้แทนเรื่องเล่า (พันคำ) เกี่ยวกับหลวงพระบาง ดังต่อไปนี้
คือลืมตาตื่นมาเช้าวันที่ 6 มกรา ที่ชาวบ้านชาวเมืองเขาเริ่มทำงาน
หลังจากเซิ้งปีใหม่กันมาเป็นอาทิตย์ๆ
แต่ยัง เรายังไม่พอ เที่ยวต่อซะอย่างหน้าไม่อาย
งานการไม่คิดทำ คนมันมีสาระไง
ปีนี้อากาศก็เย็นปานนี้ ทำไปก็ไม่เห็นรุ่ง นอนดีกว่า
แต่เช้าวันที่หกต้องตื่นเช้าสิเนี่ย เพราะจะไปเที่ยวเมืองลาว
ไปแบบล่องลอยไม่รู้เหนือใต้อะไรเลย
แค่เผลอไผลตอบคำถามจารย์แดงว่าอยากไปเที่ยวคนเดียว นิ่งๆ  
หลวงพระบางน่าจะดี หลังจากรำพึงออกไปเบาๆ เท่านั้น
จารย์แดงท่านจัดการจนสิ้นซาก เอ๊ย จัดการให้หมดทุกเรื่อง
(ก่อนออกเดินทางเขาลือกันว่าจารย์จองตั๋วกรุงเทพ-หลวงพระบางให้เรียบร้อยแล้ว
ก็ไม่ได้คิดอะไร มารู้ก่อนวันเดินทางว่าจองให้แค่ขาไป ไม่ได้จองขากลับให้
ลนลานจองเองแทบไม่ทัน)

ถึงสนามบินก็เช็คอินปกติ ไม่ได้หาข้าวกิน รำคาญราคาอาหารในสนามบินว่ามันจะแพงไปไหน
กินได้ เงินมี แต่เบื่ออ่ะ
พักนี้เบื่อคนโลภ คนบ้าเงิน
ออกจากเกทขึ้นรถลำเลียงไปสักครู่สั้นๆ เขาเอาผู้โดยสารมาปล่อยลงกลางลานบิน
ไหนอ่ะ เครื่อง ?
โอ้ว นั่นเอง นั่นเอง นึกว่ารถยาว ๆ อีกคันหนึ่ง ที่ไหนได้ น้องเค้าคือเครื่องบินนะตะเอ๊ง
นี่ไงปีก ดูดีๆ ดิ ปีกนะ สองข้างด้วย นี่เครื่องบิ้นนน.. ไม่ใช่วิสเปอร์นะ
ใหญ่กว่ารถบัสสองตอนนิสเดียวจริงๆ
อะไรยะ งง ก็เดินทางไปนอกประเทศทีไรไม่เคยใช้เครื่องเล็กมาก่อนเลย
ไม่ต้องอะไร แค่เชียงใหม่นี่ก็ 747 เข้าไปแล้ว
สมุย? ก็จริงอยู่ บินสมุยเขาใช้เครื่องเล็ก แต่คุ้นไง ไม่ว่ากัน
แต่นี่เดี้ยนไปลาวนะยะ ตั้งไกลนี่หน่า (ไม่ไกลหรอก วัดระยะแล้วประมาณเชียงรายเฉียงๆไปทางขวา)
คราวนี้เลยออกไปทางมึนๆ แต่มึนได้ไม่นาน คนขึ้นมาเต็มเครื่องเอี้ยดเลย
ทั้งหมดยกเว้นฉัน กับคณะคุณครูเกษียณวัยยายๆ อีกหกคน -เป็นฝรั่งและญี่ปุ่น
ฝรั่งบางคนหัวชนเพดานเครื่องป้ากก..เข้าให้ ข้าวของไม่มีที่จะวาง ดูเบียดเสียด
เอ้า เร็วเข้านะ ยืดย้วยอยู่นั่นแหละ ไม่ใช่หมอชิตนะยะ
ให้บินเครื่องเล็กยั้งงง..ไม่พอ ยังจะช้าอีก
วอร์มอีกนานมั้ยใบพัดอ่ะ ใหญ่กว่าพัดลมที่บ้านนิดนึง
กว่าจะเอาเครื่องขึ้นได้ โอ้ยยย เร็วไปมั้ย นี่แปดโมงเช้าเองนะ ขึ้นซักบ่ายโมงสิค้า…
………………………………………

หารู้ไม่ ว่านี่แหละเป็นการเริ่มต้นความเป็นหลวงพระบาง
ตั้งแต่ขณะจิตที่ล้อเครื่องบินลอยพ้นรันเวย์แพงๆ กับเมทัลลิกลุคอันวาววับของสุวรรณภูมิ
เครื่องลอยตัวเอื่อยๆ เชิดขึ้นเบาๆ เกือบเศร้า แต่เปล่าเศร้านะ
เขาแค่ค่อยๆ พาคนในเครื่องไต่ระดับขึ้นไปไม่มาก
มองลงไปข้างล่าง  อือม์ นั่นจานบินทองคำกลางทุ่งข้าว วัดธรรมกายสิคุณ จนบินผ่านปทุมธานีไปแล้ว
เครื่องก็ยังบินระดับเดิม ผ่านสระบุรี เห็นภูเขาหินปูนสีขาวที่เขาสกัดมาทำปูนซีเมนต์ตรงแก่งคอย 
นั่นไงปากช่อง สาบานได้ว่าเห็นเขาใหญ่ ลำตะคอง ฯลฯ เรื่อยไปจนถึงอีสานซึ่งไม่คุ้นแล้ว
เลยบอกไม่ได้ว่าตรงไหนเป็นตรงไหน
ที่จริงเป็นเพราะสมาธิเสียไปกับกลิ่นอาหารเช้าที่ล่องลอยออกมาหอมฉุยอบอวลทั่วเครื่อง
ตามด้วยรถคาร์ทอาหาร กับรถคาร์ทเข็นเครื่องดื่มคันน้อยๆ มีเครื่องดื่มพื้นๆ แค่ไม่กี่ขวด
แอร์เด็กๆ เมคอัพบางๆ หน้าตายังไม่เชี่ยวมาก ท่าทางยังรักและมีความสุขกับงานมาก
ตั้งใจมาก อยากทำให้ ยิ้มจริงๆ จากใจดวงที่อยากเป็นแอร์สุดๆ
ตรงนี้ต้องชมบางกอกแอร์เวย์ส
พวกปสด. เอ๊ย ผดส.กินข้าวอุ่นๆ ต่อด้วยกาแฟครบชุด
อิ่มจัง-ตังค์ไม่เสียให้ร้านอาหารในสนามบิน

นี่พันคำหรือยังเนี่ย ? เขียนยาวแล้วนะ

ชั่วโมงนึงผ่านไปให้เคลิ้ม
ยกเปลือกตามองลงไปอีกทีก็เห็นลำน้ำสีน้ำตาลขนาดมหึมากับแก่งหินดินทรายสีโคลนข้างล่าง
เอาว้อยยย.. แม่น้ำโขงครับพี่น้อง แม่น้ำโขง 
นู่น งั้นที่เห็นเนินเขาใหญ่น้อยลิบๆ อยู่นู่นก็ดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง ที่บรรพบุรุษเราเคยกลืนเลือดขอไว้
แต่ในที่สุดก็จำยอมยกให้ฝรั่งเศสไป มันถือว่ามีกองเรือรบ เอะอะก็จะปิดปากน้ำยิงถล่มวัดพระแก้ว
ไอ้เราหรือก็มีแต่ช้าง กับเรือสุพรรณหงส์ เฮ้อ
ประเทศบ้า เกิดมาทำได้แต่น้ำหอมยังจะมาหน้าด้านยึดดินแดนชาวบ้านเขา
เอาไปแล้วเป็นไงล่ะ ดูสิ ดูเข้าไป เดี๋ยวนี้ทั้งเขมร ลาว เวียดนาม เป็นไง
อยากได้นักใช่ไหม ได้แล้วทิ้งเขาไว้ยังไง
ถึงได้บอกว่าประเทศบ้า
………………………………..

เออ นะ ไม่เคยบินไฟล์ทสั้นๆ ด้วยเครื่องเล็กๆ ช้าๆ ยิ้มๆ ปริ่มๆเมฆอย่างวันนี้
มองฝ่าหมอกลงไป ข้างล่างเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนเขียวจัดด้วยป่าไม้หนาทึบ
แสงแดดยังอาบโลกตะวันออกนี้อย่างทั่วถึงและอบอุ่นอยู่
ให้ได้เห็น ได้ดู ได้คิดอะไรเพลินๆ สมกับที่ได้เดินทางเงียบๆ คนเดียว
ก็ไม่น่าจะต่างกับชีวิตนะ คนเราไม่ต้องบินสูง บินเร็วเสมอไปหรอก
บินผาดโผนกันจนไม่มีเวลารู้จักตัวเองเลย
ว่าชีวิตผ่านอะไรมาบ้าง รู้ตัวอีกทีก็ใกล้ตายแล้ว

ถ้าใช้ชีวิตปกติ บางทีด้วยความช้าและความไม่สูงนัก
ยังมีเวลาได้เห็น ได้ชื่นชมรายละเอียดและความงดงามรอบข้างได้
ตราบเท่าที่ชีวิตยังดำเนินอยู่ทุกวัน
เหมือนที่มีคนเขียนไว้ว่า
“ปลายทางไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นทุกโมงยามที่ชีวิตเรายังมีอยู่ต่างหาก ที่เราควรเป็นสุขกับมัน”

ที่แท้เขาสร้างไฟล์ทนี้เพื่อเตรียมเราให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่ “Luang Prabang Mode” นั่นเอง
หลวงพระบาง เมืองน้อยที่ยูเนสโกจัดให้เป็นมรดกโลก
เพราะความชัดเจนกับตัวเอง อบอุ่น ง่าย  และเป็นสุข

เอาละ คงครบพันคำแล้วนะ
มาถึงสนามบินหลวงพระบาง ขนาดประมาณโลตัสเอ็กซเพรสบ้านเราเนี่ยแหละ
กำลังหยิบพาสปอร์ตจะไปต่อแถวขอวีซ่าเข้าเมือง
ก็มีเจ้าหน้าที่ชายตัวเล็กๆ ลุคคล้ายๆ นักฟุตบอลไทย รุงรังนิดๆ
แต่อยู่ในเครื่องแบบตำรวจ ตม.เดินมาชี้ทางสว่างให้สั้นๆ
แต่ช็อก
“พาสปอร์ตไทยไปเข้าซ่องได้เลย”
ซ่อง = ช่องตรวจหนังสือเดินทาง
……………………………………………..

เสร็จออกจากซ่องก็เดินไปแลกเงิน ได้มาอย่างเยอะ อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 บาท ได้มา 242 กีบลาว
หิ้วเงินกันปวดแขนเลย
ออกมาเรียกแท็กซี่สนามบิน ซึ่งต้องซื้อคูปอง ถามว่าเท่าไหร่คะ?
เจ้าหน้าที่สาวน้อยนุ่งผ้าซิ่นยาวคลุมเข่า หน้าเหมือนยุ้ยจีระนันท์ ตอบมาเบาๆ
แต่ช็อกอีก
“ห้าหมื่นเจ้า”
นั่งแท็กซี่ (สองแถวแหละแต่นั่งคนเดียว ไฮโซนี่นา) มาตั้งครึ่งทางแล้วถึงถอนใจโล่งอก
ว่าเท่ากับสองร้อยบาท
…………………………..

จากหนามบินถึงถนนสายหลักกลางเมือง
ชื่อถนน “สีสะหว่าง-วง” ขนาดกว้างยาวประมาณถนนข้าวสารต่อกันสามท่อน
เรื่องราวแทบทั้งหมดของหลวงพระบางอยู่บนถนนสายนี้เอง
ถ้าเป็นชาวเราก็ต้องเรียกว่าถนนศรีสว่างวงษ์ แต่นี่ลาว บอกแล้วว่าง่ายๆ พูดง่าย
อ่านง่าย เขียนง่าย คิดง่าย มีความสุขง่ายๆ
ในเมื่ออ่านออกมาได้เสียงเดียวกัน จะพึ่งสันสกฤตไปทำไม ให้ ส.เสียงเดียวมันมีตั้ง 3 รูป - ส ศ ษ

สอนคนเดินทางอย่างเราๆ ว่าจะดิ้นรนไปหาพระแสงอะไร
ในเมื่อคิดอย่างลาว อยู่อย่างลาว ปลายทางก็ได้ความสุขเท่าๆกัน
แต่คนเรามักไม่คิดอย่างนั้นเพราะเราดูถูกคนที่สั่งสมวัตถุได้น้อยกว่า ชีวิตอลังการกว่า
เน้นแต่คุณภาพชีวิต ลืมคุณภาพจิตใจ
หารู้ไม่ คนลาวอาจจะสงสัยเราอยู่ลึกๆ ก็ได้ ว่าพัฒนาจนประเทศชาติยิ่งยงนัก
ว่าแต่ว่า แล้วคนไทยมีความสุขหรือเปล่าเอ่ย?
อิอิ
…………………………….

คนลาวสงบ ง่าย เป็นมิตร ซื่อ และมีเกียรติ
พูดถึงมีเกียรติ  มีรุ่นพี่คนหนึ่งไปทำธุรกิจในลาว เขากำชับไว้เลยว่าถ้าจะ “พัวพัน”
(ภาษาลาว หมายถึงคบหา สัมพันธ์ เช่นกระทรวงการต่างประเทศ คือ”กะซวงกานพัวพันกับประเทดอื่น”)
ถ้าจะพัวพันกับชาวลาว ไม่ต้องไปทำตัวหนิทหนมแล้วแอ็บเท่ด้วยคำว่าบ้านพี่ – เมืองน้อง
เพราะเคยมีคนลาวเขาถามยิ้มๆ ว่า “ใครตั้งให้ไทยเป็นพี่ ? ทำไมจึงคิดว่าลาวเป็นน้องไทย ?”
เล่นเอาเหวอกันไป
ฮ่าๆๆๆ

000001-519x640

หลังเอาของเข้าเก็บในบ้านพักแล้วออกเดินเที่ยว โดนเข้าให้กับร้านอาหารไฮโซหัวถนน
ที่มีเมอร์เซเดสรุ่นหัวแตงโมยืนยันความไฮโซอยู่ทนโท่

แต่สำหรับที่พักของเราไม่ได้ไฮโซ เขาสร้างเป็นเรือนหลังใหญ่ ชั้นล่างเดินเข้าไปเป็นห้องรับแขก
น้องหนุ่มลาวในลุคเหนือ-ขาว-หล่อ แนวบี้เดอะสตาร์โผล่หัวลุกกุก ๆ กัก ๆ ขึ้นมาจาก
ใต้โต๊ะลงทะเบียน
“ทานข้าวนะครับคุณพี่” เอ้อ ยังไงคะ ถึงพี่แก่พี่ก็เลือกนะคะ สวยเลือกได้ค่ะ
เข้ามาเนี่ย พี่จะเช็คอิน มาชวนดื้อๆ อ้าว มองลงไปแถวใต้โต๊ะมีน้องหญิงสองคนนั่งปั้นจิ้มยิ้มแต้อยู่
อ๋อ น้องเขาทานข้าวเที่ยงกัน เห็นแขกเดินเข้ามาก็ชวนทานข้าวก่อน เรื่องอื่นไว้ว่ากัน
โอ คนลาว เนาะ ซึ้ง

000004-640x538

วิหารวัดเซียงคำ (เชียงคำ) ที่หนังสือท่องเที่ยวชอบนักที่จะแต่งตั้งว่าเป็น “ไฮไลท์” ของหลวงพระบาง
เอาเป็นว่าไม่ต้องไปคาดหวังมากว่าไฮไลท์แล้วจะต้องอย่างงุ้นอย่างงี้
คิดแค่เป็นวัดหลักของที่นี่เท่านั้นพอ  แล้วจิตจะเป็นสุขกับความงาม ความง่าย อบอุ่นน่ารักแบบบ้านๆ

000001-640x640

ผนังวิหารวัดเซียงทอง ที่ช่างลาวตัดกระจกปะติดปะต่อกันเป็นรูปต้นโพ
มีสัตว์หิมพานต์นานาชนิดรายล้อมอยู่
ศิลปะของลาวใช้เรื่องราว วิธีการ และวัสดุง่าย ซึ่งก็งามได้อย่างซื่อๆ ตรงๆ เรียบๆ และจริงใจ

000009-526x640

วิหารพระบาง ในบริเวณเดียวกันกับวังที่ประทับของเจ้ามหาซีวิต
พระบางคือที่มาแห่งนามของ (นคร) หลวง (ที่มี) พระบาง (ประดิษฐานอยู่เป็นหลักชัย)
องค์พระบางนั้นที่จริงยังอยู่ในอาคารที่เคยเป็นวังหลวงแห่งเจ้ามหาชีวิต 
เพราะ  (ตามป้ายประกาศไว้ตรงๆว่า) วิหารในภาพยังสร้างไม่เสร็จเพราะ “บ่มีเงินสร้างต่อ”
หลังจากขึ้นไปกราบพระบางแล้วได้อ่านคร่าวๆ พบว่าประวัติของพระบางนั้น
เป็นพระพุทธรูปที่ชาวล้านช้างสร้างขึ้นมาเป็นคู่พร้อมกับพระแก้วมรกต
เรียกกันว่า ”พระแก้ว-พระบาง”
แต่ไทยไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากเวียงจันทน์สู่กรุงเทพฯ
ลาวจึงเหลือเพียงพระบางองค์เดียว
เสียดายห้ามถ่ายภาพ

000013-640x526

ทางขึ้นด้านหลัง สู่อาคารที่ประทับหรือวังของเจ้ามหาชีวิตหลายพระองค์
สมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง

000008-585x640

รูปคนข้ามถนนยังสวมซิ่น มวยผม น่ารักที่สุด
ธรรมดาคงนุ่มนิ่มนวยนาด แต่เวลาข้ามถนนก็รู้จักกระวีกระวาด
ป้าย stop ก็มาในสำเนียงลาวแท้ ใครจะทำไม?

000012-557x640

หลังคาผ้าใบสีสดสวยตัดกับบรรยากาศเมืองยามค่ำ
เต้นท์นับร้อยหลังเหล่านี้ ทางการจัดไว้ให้ชาวม้งเดินเท้าลงมาจากหมู่บ้าน
เพื่อเอาของเก่า งานผ้าปัก ภาพเขียนสีน้ำ เครื่องเงิน ฯลฯ มาขายใน “ตลาดมืด” ทุกคืน
บ่ายสามก็หอบเต้นท์มากันละ พรึ่บเดียวกลายเป็นถนนคนเดิน ในชื่อตลาดมืด
เปล่าๆ ไม่ได้ขายอะไรผิดกฏหมาย แต่มาตอนมืด ไม่เรียกตลาดมืดจะให้เรียกอะไร ?
เรียกไนท์บาร์ซาก็ไม่ใช่หลวงพระบางสิพี่
……………………………………………….
และตามตลาดนี่เองที่เราได้ฟังคำแบบ”ลาวๆ” ที่สะบายจัย
อย่างเวลาเดินผ่านแผงแบกะดิน พ่อค้า แม่ค้าหรือเด็กในแผงจะเงยหน้าขึ้นมองอย่างดีใจจริงๆ
ร้องรับว่า “มาแล๊วบ่??” ด้วยน้ำเสียงเดียวกับหน้า เล่นเอาคนฟังทั้งร้อยรู้สึกว่าตัวเองคือความหวัง
ประมาณว่ารอมาทั้งชีวิต วันนี้ได้เจอแล้ว มาแล้วววว.. ขนาดนั้น ไม่ลุกขึ้นโดดกอดก็บุญแล้ว

อีกคำคือ “ซ่อยบ่” แปลว่า “ช่วยหน่อยนะ” ทำนองนี้
ได้ยินแรกๆ ไม่กล้าสบตาคนถามเลย ทำเป็นก้มดูของ นั่นนี่ ไม่กล้าบอกเขาว่าเรา “ไม่ช่วยหรอก”
นี่ละหนา คำซื่อๆ ที่ทำใจละลายได้เลย
เปรียบกับพ่อค้าแม่ค้าไทย “ดูได้ค่ะพี่” อ้าวเหรอ นึกว่าดูแล้วจะเรียกตำรวจจับ
“ชอบตัวไหนสอบถามได้ค่ะ” โอว สอบถามได้ด้วย อือม์ ความรู้ใหม่
…………………………………..

000011-587x640

เงาไม้ร่มรื่นบนผนังพิพิธภัณฑ์แห่งเจ้ามหาซีวิต สงบ นิ่ง สะบายดี นั่งพักใจได้เป็นชั่วโมงไม่เบื่อ
มองไปตามสนามใต้เงาไม้รอบตัวทั่วบริเวณวัง มีฝรั่งโดน”ยาสงบ”ลาว หลับใหลกันตามใต้ต้นไม้
แบบทนไม่ไหวจริงๆ อ่ะ ถึงกับป่อก

000010-640x520 
สถานที่ราชการทั่วไปมีแต่ภาษาฝรั่งเศสกับลาว อยู่วันเดียวก็อ่านลาวออกแล้ว อันนี้คือ
“พะแน๋กสาทาละนะสุก แขวงหลวงพะบาง” ลาวไม่มี ร.เรือ มี ล.เดียว
พยัญชนะลาวมียี่สิบสามตัวเอง น่ารักทั้งนั้น
ก.ไก่ อันนี้ไม่เป็นไร เหมือนกัน ข.ก็ขอไข่ ค.ควาย ก็เหมือนกัน
แต่ ง.งัว : )  จ.จอก  ย.ยุง  ต.ตา ท.ทุง (รูปธง)  น.นก ฝ.ฝน  พ.พู(เขา)
บ.แบ้ (รูปแพะ) ฟ.ไฟ ม.แมว  ย.ยา ว.วี (แปลว่าพัดให้หายร้อน) ห.ห่าน 
และสุดท้าย ฮ.เฮือน
บอกแล้วว่าน่ารัก

000014-640x640

นากคู่ คิดถึงหนัง “สิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ด”

000006-513x640

อุตสาหกรรมการผลิตของขบเคี้ยว แผ่นกลมๆ ที่ตากโต้แดดและลมหนาวอยู่นั่นคือขนมบ้านๆ
ยอดนิยม  “ข้าวเกรียบงา” เครื่องปรุงหาง่าย ทำง่าย ปิ้งง่าย ขายง่าย อร่อยดี ไม่มีสารกันบูด
บูดไม่ทัน  ทำวันต่อวัน กินสนั่นทั้งเมือง

000006-640x537

โรงหนัง ชื่อ”เสียงสะหวัน” เสียดายถ้ามีบัดดี้ไปด้วยคงได้เข้าไปชมกันสักรอบ ให้รู้กันไป

000002-531x640
แม่น้ำคาน ไหลคู่ขนานกับถนนสีสะหว่าง-วง กันเลยทีเดียว น้ำคานไหลแยกจากน้ำโขงออกมาอีกที
ทำให้เกิดแหลมขึ้นตรงทางแยก เมืองหลวงพระบางอยู่บนแหลมแห่งนี้เอง
กลางแหลมมียอดเขาขนาดวัดจากบันไดขึ้นยอดคล้ายๆ ดอยสุเทพแหละ ประมาณสามร้อยขั้น
บนสุดเป็นวัดหลวง เรียกว่า “พูสี” (ภูศรี) เป็นจุดชมวิว
ขู่กันว่าถ้ามาหลวงพระบางแล้วไม่ขึ้นพูสี  เท่ากับไม่ได้มา
ไม่ชอบให้ใครบังคับว่ะ เลยไม่ขึ้น
เหลืออะไรไว้ให้สงสัยบ้างก็ไม่เห็นตายเลยอ่ะ ยังสะบายดี

000007-551x640

ตะลาดดาลา (ตลาดดารา) พารากอนแห่งหลวงพระบาง ว่ากันว่าหรูสุด

000008-517x640

ป้ายกำหนดการแสดงงานตรงทางเข้ามิวเซียม อีกด้านของพิพิธภัณฑ์เจ้ามหาชีวิต

แม้แต่ในวังเองก็เรียบ ง่าย เงียบ สะอาด วัตถุจัดแสดงน้อยชิ้น
ชิ้นที่เป็นของสำคัญมากๆ ถ้ามองจากสายตาคนนอก ก็ไม่ใช่ของหายาก ทำยาก แพง
หรือซับซ้อนอะไร ส่วนมากเป็นของที่มีคุณค่าทางใจของเจ้าและคนที่นี่
เช่นบัลลังก์ ดาบ เครื่องยศ เตียงนอน ของขวัญจากผู้นำชาติต่างๆ ฯลฯ
สงสัยอยู่เหมือนกันว่าที่ไม่ได้มีอะไรจัดแสดงมากมาย เป็นเพราะที่นี่ไม่ใช่เวียงจันทน์
หลวงพระบางเป็นเมืองหลวงเก่า เหมือนเชียงใหม่
เวียงจันทน์เหมือนกรุงเทพฯ อยู่ภาคกลาง
ทางใต้มีเมืองหลักคือปากเซ รู้แค่นี้แหละ
เลยแอบคิดยิ้มๆ ว่าจะไปเวียงจันทน์
เจอกันอีกทีเมื่อไปได้นะจ๊ะ

ตลอดเวลาในหลวงพระบาง เมืองน้อยทำให้นึกถึงของขวัญจากเพื่อนรักคนหนึ่ง
ซึ่งหาสมุดสเก็ตช์ภาพของ มล.จิราธร จิรประวัติมาฝากตอนปีใหม่
คุณกบบอกว่า “คนเรา ถ้าเลือกที่จะไม่ยุ่งยากวุ่นวายนักก็น่าจะดีนะ ว่ามั้ยคุณนายปู
ดูอย่างรูปคุณโต แค่เส้นบาง ๆ ง่าย ๆ ก็สวยแล้ว ยิ้มได้ ไม่ต้องระบายสีด้วยซ้ำ”
ขอบจั๋ย

สะบายดี หลวงพระบาง

……………………………………………………..

Comments (27)

เป๋าป้าอยากแนว

img_1841-600x800

อ้ะ มาตามคำขอ สวยแบบป้าๆ นี่แหละ ไว้ใส่สมบัติโจรสลัดหญิง
หนังสือหนังหา สารพัดจะนุงนังทั้งขาเข้าและขาออกจากบ้าน
เอาไปซื้อกับข้าวก็ได้นะ ไม่ได้โม้
กันน้ำได้ ถูลู่ถูกังได้
ที่สำคัญมากคือคอนเซ็ปท์ได้ 
คุ้ม

img_1654-640x480

แถมรูปสาว หน้าช็อปที่ไปซื้อ คือ London Grafic Center
อยู่ขอบๆ ย่านโคเวนท์การ์เดนท์นู้นนน..
ไม่ใช่ทางผ่านเด็ดขาด เดินนับบล็อกหากันเลยทีเดียว
เกือบถอดใจ

ไลลาดิใจแข็งมาก ไม่ยอมเอา คะยั้นคะยอเท่าไหร่ก็ไม่เอา
ทนได้ไงไม่รู้กับ 40-50 individual designs ที่เขาโชว์อยู่
ใจนะ แข็งไม่เคยพบเคยเห็น
……………………………..
ไอ้ป้าน่ะไม่ได้อยากคูล
แต่มีเพื่อนคูลๆ เขาฝากหา
พอไปเจอเข้าก็อึ้งไป
เห็นงานเขาทำไว้
งานดีไซน์ที่ทำเพื่อเซฟโลก
อยากบอกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว
อยากยกย่องดีไซเนอร์ที่ “คิด”
ก็เลยขอสักใบ ไว้แสดงจุดยืน
……………………………..

Comments (15)

London,my love

มากันค่ะ มา มา
ใครร้องหารูป เอารูปไป
โพสต์นี้มีแต่รูป  ไม่มีเรื่อง
บรรยากาศประมาณนี้ดีแล้ว
อย่ามีเรื่องกันนักเลย
เอานะ ขำขำ
หวัดดียาวไปถึงปีใหม่เลยจ้า
ทุกคน
…………..

000001-2

สามสาว ไลลา ป้าไก่และจัสมิน เฮ้าส์เมดของคุณไลลา
เคล็ดลับของการถ่ายรูปนี้ให้สวยมีนิดเดียว
คือจงให้ฉันเป็นคนถ่าย อย่าเข้าเฟรม
แค่นี้รูปสวยแล้ว ถ้าฉันเข้าเฟรมรูปจะแย่ทันที
555

 

000002-599x640

ไม่ต้องเล่าก็ได้มั้ง..นะ
ว่าใบไม้ร่วง
ก็เห็นๆ อยู่ว่าร่วง ถ้าเอาแบบไม่ร่วง-รูปล่าง
…..หลังจากกลับมา ไลลาเล่าว่า “หนาวมากพี่”
อือม์ ตอนพี่อยู่ก็หนาวจะแย่แล้วววว..
อาบน้ำร้อนจนตัวเป็นเกล็ด
นี่คือที่มาของการอ้างว่า”พี่ๆอาบน้ำร้อนมาก่อน”
เพราะไลลาเสียสละ อาบทีหลัง

000003-592x640

ตึกราม ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรกับพระลักษณ์ แต่เป็นตึกเพื่อนๆ บ้านของไลลาเขา
งามอยู่ งามอยู่

 

000004-636x640

ระหว่างทางที่นั่งรถเมล์ไปตลาดของเก่า

 

000005-640x573

เห็นอยู่ลิบๆ ตรงไปตามถนนด้านหน้าคือทาวเวอร์บริดจ์ ที่ถ่ายมาปีที่แล้วเป็นมุมนักท่องเที่ยว
ปีนี้ถ่ายจากบนรถเมล์ ชอบมากกว่าเพราะดูเป็นสะพานลอนดอนที่บ้านๆ ดี

000006-640x453

จบค่ะ ถ่ายมาม้วนเดียวเพราะไม่มีแดดเลย บางภาพเลยต้องเพิ่มแสงเข้าไปให้พอดูออก
พกกล้องไปทุกแห่งแต่ชักรู้นิสัยโฮลก้า แดดไม่จัดอย่า…. 
เปลืองฟิล์มค่ะ คอนเฟิร์ม

…………………

เมอรรี่คริสตมาสและสุขสันต์ปีใหม่นะ
แล้วจะเอารูปโรงแรมมาให้ดูในแบบโฮลก้าค่ะ
เสน่ห์แรง สีแรง ติดใจแล้วล่ะ

Comments (15)

กล้านักใช่มั้ย?

จัดให้น้าคัลเลอร์บาร์ กล้านักใช่มั้ยที่ถามถึงงานโฮลก้าป้าเสือ
เอาไป
จากสมุย สองเดือนที่แล้ว ฝนตกทั้งทริป ได้มาแค่นี้ก็บุญค่ะ

เหอๆๆ จัดมา บอกให้ว่าม้วนนึง เลือกแบบ 12 เฟรม
เอามาให้ดู 4 
อีก 4 รูปติดเรท
ได้มาทั้งหมดแค่ 8
ท้ายม้วนแสงเข้าหมด…

ให้มันได้งี้นะ โฮลก้านะ
ฝาไม่หลุด-ไม่แท้
นิตโต้คือเพื่อนตาย
น่าจะแพ็คขายคู่กันไปเลยให้จริง

ถึงงั้นก็รักเข้าแล้ว
แม้เริ่มช้าจนเกือบเอ๊าท์
แต่จะเอาอีก

Comments (20)

เดชป้าไก่ ไข่ทองคำ come come come……

ป้าไก่เนเวอร์ดายยย ยายย ยาย ยยยยายย ยายยย…
(เอ็คโค่นะยะ ไม่ได้เหน็บแนมว่าอายุเท่าไหร่ วัยไหน อิอิ)

 

อ่ะ เนื่องในวันเกิดป้าไก่ของเรา ก็ขอบอกบุญหน่อย
(บอกบุญป้าไก่แหละ อย่ามาเล่นมุข “หน่อยไหน” นะว้อย
เสียฤกษ์หมด)
มา มา จะบอกบุญ คือจงทำบุญด้วยการไถ่ชีวิตโ … 
เอ๊ย ให้อภัยน้องนุ่ง
ที่ไม่ได้โงหัวขึ้นมาสร้างประดิษฐกรรมดิจิตอลอันกร่างเลิศบรรเจิดบ๊ะจ่าง
มาถวายสมเด็จพี่
ให้เป็นเกียรติ เป็นศรี แก่บล็อกเรา
เนื่องในวันประสูติ ไม่ตรัสรู้ จนใกล้ปรินิพพาน

 

อย่าว่ากันเลย ที่แวะมาบอกแค่สั้นๆ
แต่เพียงเชื่อใจกัน ก็มีความสุขได้กับประโยคนี้นะคะ

“รักเสมอ ไม่เจอ-ก็รักอยู่ดี”

สุขสันต์วันอะไรเนี่ย??
จากหญิงเสือ อัลไซฯ

ปล. ให้ป้าไก่ได้รับดอกผลจากการทำความดีทั้งหลายแหล่ต่อคนรอบตัว ด้วยจิตแห่งความเป็นผู้ให้ไม่มีจำกัด
ต่อนี้ไปขอให้ป้าไก่ได้รับในพรอันประเสริฐทุกสิ่ง มีชีวิตประดุจไก่สาวเอ๊าะๆ ในเทพนิยาย
ที่ออกไข่ทองคำจนก้นบาน (ดูหน้าหลานสิ) ไว้แจกจ่ายผู้ยาก
(อย่าลืมเก็บไว้ต้มกินบ้างอ่ะ วังเจ้าพี่กอไก่ ประกายแม่ริม ออกจะไกลตลาดค่ะ)

…………………………………………………

 

 

Comments (10)

MADrid

Comments (4)

โอเช ลิมปิก

เมื่อคืนก่อน  เปิดทีวีมาตอนเย็น กะว่าเปิดทิ้งไว้ดูจีนเขาเปิดกีฬาโอลิมปิกซะหน่อย
ไม่หนุกก็ปิด
ระหว่างเปิดไว้ก็กะว่าจะทำอะไรก็อกแก็กไปเรื่อยๆ ไม่เสียเวลา

ที่ไหนได้

สองนาทีแรกนับแต่ตั่วเฮียเขานับถอยหลังแล้วถ่ายทอดสด เล่นเอานั่งหุบปากไม่ลง
ร้องได้แต่ว่า “โห”  “เฮ้ย” “เชื่อเขาเลยว่ะ เมืองจีน”
ใครได้ดูคงเข้าใจ โดยเฉพาะกับสอง- สามนาทีแรกของการถ่ายทอด
ที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ลากดอลลี่ตามดอกไม้ไฟรูปรอยเท้าที่ทยอยจุด
จากชานเมืองปักกิ่ง ไล่เข้ามาทีละก้าว ๆ เท่าจำนวนการแข่งขันโอลิมปิกที่ผ่านมา
จนก้าวสุดท้าย นำพาผู้ชมเข้าสู่สนามกีฬารังนก
มุขนี้เป็นมุขตรึงคนดูถ่ายทอดเท่านั้น เพราะแสนๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์
ไม่มีทางได้เห็นความอลังการในสเกลสุดขอบฟ้าขนาดนี้

ไม่ได้อึ้งย้งกับความคิดสร้างสรรค์อย่างเดียวนะ โปรดักชั่นก็ถึงตาย 
ดังนั้น นอกจากร้องว่า “โฮ้ ! คิดได้ไงวะ?????????” แร้ว
ยังต้องร้องตามว่า “โฮ๋ยย..ทำได้ไงวะ????????” ควบไปกับทุกโชว์ด้วย
คิดน่ะ ใครก็อาจจะคิดได้ แต่เรื่องทำจริงเนี่ย เฮียเขาทำงานนี้ได้ไง
ทั้ง mechanic ของโชว์  สเกล จำนวนคน คิว อุปกรณ์ ความพร้อมเพรียง ฯลฯ

จะเป็นลม
ซึ่งถ้าเป็นลมจริง มือฉันจะควานหาแป๊ะฮวยอิ้ว ลืมยาหม่องถ้วยทองชั่วคราว
เพราะชั่วโมงนั้น  ทึ่งจีนหมดใจ
ต้องแป๊ะฮวยอิ้วเท่านั้น ยาจีนเท่านั้น ถึงเอาอยู่

ดูๆ ไป โชว์ระดับโลกนาน 4.15 ชั่วโมงนี้ถึงกับทำให้ฉันยิ้มได้กับมิตรภาพและกับอะไรหลายๆ อย่าง
ที่ไม่คิดแล้ว ว่าชาตินี้จะมารู้สึกอะไรกับเรื่องพรรค์นี้ที่แค่ดูผ่านโทรทัศน์
แต่นับว่าจีนสามารถสูบฉีด spirit ของพิธีเปิดครั้งนี้
ผ่านฟากฟ้าและท่อเคเบิ้ลมาออกทางหน้าจอทีวีถึงในบ้านฉันได้จริง ขอบอก

นักกีฬาต่างชาติต่างภาษา ร่วมๆ 250 ชาติ บางชาติฉันเกิดมาเพิ่งเคยได้ยินชื่อ
ก็ประชากรสองหมื่นห้า- ง่ะ พื้นที่สองร้อยกว่าตารางกิโลฯ -ง่ะ
แต่วันนี้เสมอภาค ทยอยเดินเข้าสนามใช้เวลาตั้งชั่วโมงกว่า
แต่ละชาติออกแนวต่างๆ ดูไปยิ้มไป มีทั้งชุดประจำชาติเจ๋งๆ หล่อเจ๋ง แก่เจ๋ง
สูงเจ๋ง (อันนี้คงรู้ว่าเจ้าภาพเอาไปกิน โดยหนุ่มหยาว หมิง)
สวยเจ๋ง ดำเจ๋ง เก๊กเจ๋ง เก่งเจ๋ง (เจ้าของสถิติโลกทั้งหลาย) 
เซิ้งเจ๋ง ดังเจ๋ง (นาดาล, เฟดเดอเรอร์ +++) ฯลฯ

เอาเป็นว่า นึกว่าจะเปิดกันเซ็งๆ แต่จีนหยุดโลกไว้ตั้งห้าชั่วโมง

ดีใจกับจีนในความพยายามครั้งนี้ สมกับที่รอมาร้อยปี
ขอบคุณจีนที่ลบความพร่าเลือน
ให้ทั้งโลกกลมๆ (เน้นที่ฝั่งตะวันตกเน่าๆ โดยเฉพาะของอี W.Bitch) 
ให้มันตื่นซะที ชัดซะที
ว่านับแต่นี้ เป็นทีของโลกตะวันออกย่ะ

………………………………………………………………..

 

ขบวนนักกีฬาไท้ยยยยย…
อ่ะ  เฮ้………..
……ทัยยยยย แ แ แ ล ลลล ล ล ล นนนนน น นน น.

อุ่ย โตะจัย นึกว่าไทยส่งคุณระเบียบรัดไปแข่งอะไร

 

ตามด้วยประเทศของสาวกพี่หญิงกอไก่

 

คนนี้ผู้ชายบ้านใกล้พี่หญิงใหญ่และคุณหญิง(แตง)โม
อยู่เชิงเขาที่ตำบลเดียวกันคือไรนาร์ก เมือง Basel
พี่หญิงกอไก่เคยนำพาดิฉันเดินไปหาถึงหน้าบ้านแล้วเชีย..
โชคดีของเฟดเดอเรอร์ ที่เขาไปแข่งทัวร์นาเมนต์ใหญ่นอกสวิส
ไม่งั้นพี่หญิงบอกว่ามีสิทธิ์ได้ทักทายเพราะคุ้นกัน

 

มาถึงนักกีฬาอังกริด นำเสนอให้คนที่ไปเรียนอังกริด ย่านของดำ

 

พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ก็มาฮ่ะ  สมเจงๆ ที่มาจากยูเค
ไม่ได้มุขนะ ฮีเหมือนมาก - ถึงมากที่สุด
อยากเห็นเฮนรี่ที่แปดเชิญไปเสิร์ชดู
ไม่เหมือนให้เหยียบ
(เหยียบเกาะอังกฤษ) <— หาเพื่อนไปงัย

 

ประเทศของสาวกใครบางคน น้องเขายกน้ำหนัก เมาค้างมาจากไหนไม่รู้อ่ะ
มาถึงร้องอ๊ากกกกกกกก  แล้วเธอก็ฉวยเหล็กหนัก 100 กิโลขึ้นไปลอยเหนือหัว
วางปั้ก แล้วก็อมยิ้มให้เหล็ก นี่เธอยกเสร็จกำลังเดินชิลล์ๆ เข้าไปพัก 
สรุปได้เหรียญทองไปหนึ่ง
มีของนะย๊า

 

ประเทศสาวกของใครหลายคนอยู่หรอก แต่ถ่ายมาเพื่อนิว 555

 

ดูออกใช่ไหม หล่อเซิ้งไข่มดแดงขนาดนี้ จากขบวนอิตาลีแน่นอน

 

อันนี้เชียร์ส่วนตัว ทั้งรักและสงสารเพื่อนพม่าค่ะ
(เอ่อ ที่ว่ารัก – เฉพาะคนนี้)
ไม่รู้ซ้อมกันที่ไหน นาร์กีสเพิ่งลงซะแบนไปครึ่งประเทศขนาดนั้น
มาม่ากับน้ำเปล่ายังไม่มีจะกิน
สู้ๆ นะ ได้ไปแข่งก็เก่งมาก ใจมากแล้ว
พม่าได้เหรียญโคตรทองจากฉันค่ะ

 

ส่วนคู่นี้ก็..นะ
ใครเกิดมาแล้วไม่สู้ อายตี๋น้อยเหล็กนะยะ
ที่หัวยังมีรอยเย็บอยู่เลย เห็นตี๋หัวเราะร่าแล้วป้าน้ำตาซึม
(หนูโขมยซีนหยาว หมิงได้อ่ะ ไม่เคยมีใครทำสำเร็จเลย)

 

คนนี้ต้องให้เขาอยู่ในบล็อกเราด้วย ใจทำด้วยอะไรไม่รู้
ใจนะ - หู จิน ท่าว

 

คู่นี้ก็..นะ โฆษณาแฝงกีฬาตัวเอง 555
ซึ่งได้ผล พี่จะตามดูค่ะ เน้นดูนักกีฬา เกมเป็นไงอย่าได้แคร์

 

อ่ะ ได้ เอาเลย โทรกัน นี่ระหว่างเดินเข้าสนาม ยังเฮซะ
คนบรรยายเล่าว่าการเดินเข้าสนามสมัยหนึ่งที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ (ยุคนาซี)
นักกีฬาทุกชาติต้องซ้อมเดินแบบทหาร เตะขาสูงสุด เดินให้ปั้กๆๆๆ สุด
เครื่องแบบเนี๊ยบสุด ปลายมือเหยียดแหลมสุด ตะเบ๊ะคมสุด แถวตรงเด๊ะสุด
….ถ้าเป็นสมัยนั้น ไอ้สองคนนี้สงสัยโดนฮิตเล่อร์รมแก้สไปแระ 555

 

ความฝันของฉัน

 

ความจริง

………………………………………………………………….

ระหว่างดูถ่ายทอดสด แบดหญิงเดี่ยว ไทย-จีน เช้าวันอาทิตย์ที่โต๊ะอาหาร

ฉัน : โห นี่มันขึ้นหน้าจอว่า Badminton Single Woman
        (กะว่าฮ่าๆ แน่นอนมุขนี้) เลือกปฏิบัตินี่หว่า ยังงี้ชั้นก็ไปแข่งมะด้ายอดิ ไม่โสดแล้วอ่ะ 
       ว้า นักแบดเริ่ดๆ หยั่งชั้นเลยอดทำชื่อเสียงให้ประเทศเลย ดันเป็น Married Woman

จารย์แดง : พูดมาก เดี๋ยวจะส่งไปแข่งประเภท Widow Woman 
               หรือจะไปประเภท Single Mom ? หา?

……………………………………………………………………

Comments (63)

ผิดเป็นครู ผู้กินเป็นนักเรียน

เอ้า มาแล้ว คบคนพาน พานพาไปหาคณะผิด เลยคบเด็กวิจิตรฯดีกว่า
ว่าแล้วก็ลงมือทำขนม
จากรอบแรก ขนมพังค่ะ สันนิษฐานว่าเพราะเอาชีสไปไว้ผิดที่คือช่องแข็ง

วันนี้ลุกขึ้นทำซ้ำ แม็ทช์ตัดเชือก รอบเพลย์ออฟ ไม่ได้ – เลิก

เล่าสั้นสุดเลย ปรากฏว่าการทำรอบสอง ได้ค้นพบว่าการผสมชีสไม่ได้ยากเย็น
แล้วที่ผิดไปรอบแรกก็ไม่ใช่เพราะน้องบุษเอาชีสพี่เสือเข้าช่องแข็งด้วย
แต่เกิดเพราะ…
แต๋แหน่…

ไข่ขาวค่ะ ห้ามตีทิ้งไว้นาน น้องเค้าจะงอน
แอบคืนตัวเป็นเมือกไข่นอนก้นอยู่ภายใต้ครีมฟองหนานุ่ม
 พอเอามาเทใส่ชีสก็พานทำให้ชีสขยะแขยง ไม่คบหากับไข่ขาว
ทางใครทางมัน เกิดเป็นเมือกฟูๆๆ ดูดิบ ฟ่อดๆ จะอ้วก

ป้าปูยูเรก้าได้เพราะรอบสองนี้ เผอิญสังหรณ์ว่าไข่ขาวดูฟุบๆ
เลยลองเอาพายควานดูฟองไข่ เจอว่าที่ก้นชามคืนตัว เอ๊าๆๆๆ
เลยลองแบ่งมาผสมชีสไปนิดหนึ่ง
อ้ะแน่ะแน่ะแน๊.. แฮ่ ฟ่อดเชีย  เป็นอย่างคราวก่อนเล้ยแกเอ๊ยย..
เกือบไปไหมเนี่ย
สรุปทิ้งไข่ขาวไปสองฟอง ไม่ซีเรียส ตีใหม่ ฟูปุ๊บรีบเอาไปเติมใส่ชีสใหม่
รอบนี้ปกติ สวยงาม เนียน
(ปกติ = ขนม , สวยงาม เนียน = ผู้ทำ)

แชร์ไว้ เผื่อใครทำจะได้ไม่ผิดอย่างพี่เสือ

โพสต์นี้สอนให้รู้ว่า
1. ถ้าตีไข่ขาวก่อน แล้วกว่าจะไปตีไข่แดง น้ำตาล วิปครีม ฯลฯ
     กว่าจะกลับมาผสมทุกอย่างใส่กัน ไข่ขาวจะทำขนมเจ๊งค่ะ
2. พี่เสือต้องมีเครื่องตีซะแล้ว เนื่องจากใช้ที่ตีแบบตะกร้อนั้นช้าค่ะ เมื่อยด้วย
    กว่าจะไล่ตีไข่แดง วิปครีม ฯลฯ เสร็จกลับมา ไข่ขาวไม่รอแล้ว 
3. ต้นทุนการทำคราวนี้ (หารสองจากชีสที่ไลลาใช้ พี่ทำครึ่งเดียว 
    แต่เพิ่มวิปครีมในสูตรด้วย  กล่องละ 84 บาท ของ Anchor)   
    รวม 304 บาท  ได้หนมเป็น 2.5-3 เท่าของที่ซื้อกินค่ะ
    ดูขนาดถาดในรูปเอานะ

 

ชีสที่ผสมไข่แดง+น้ำตาลแล้ว ตามด้วยวิปครีมหนึ่งเท่าตัวของชีสที่ใช้
พี่ไปดูจากเว็บคนอิตาลี เขาแนะให้ใส่น้ำกาแฟลงไปช่วงนี้ด้วยสัก 5-6 ช้อน
ใส่แล้วครีมหอมมาก
ถ้าไม่สะใจใช้น้ำหอมกลิ่นกาแฟได้นิดหนึ่ง
ดูปริมาณผลลัพธ์ได้จากถาดฟอยล์ข้างๆ แบบถาดฟอยล์ได้ 3 ถาด
ส่วนแบบถ้วยแก้วมีฝา ได้อีก 3 ถ้วยค่ะ สิริรวมใช้เงินไป 304 บาท
(ไม่รวมโกโก้กับกาแฟ ใช้ของเก่า) 

 

 ในชามแดงนี้ คือไข่ขาว 2 ฟอง ตีด้วยมือจนฟูเท่าเมฆ
ให้ฟูๆ อย่างนี้ค่อยใส่ ถ้าทิ้งไว้มันจะยุบและคืนตัว

  

 
ตอนเอามาผสมกับมาสคาร์โพเน่ชีส

 ……….

เอาละ รอบนี้ทำถูกจนได้
ผิดเป็นครูค่ะ ส่วนคนกินคือนักเรียน
นักเรียนชื่อคุณแพนเค้กค่ะ she จะกลับจากค่ายนาข้าวที่เพชรบุรี
ทำรอไว้สี่ถ้วยโตๆ คงกินปากเยิ้มมม..เลยแหละ

มารายงานสั้นๆ นะคะ ว่าทำได้แล้ว ขอบคุณไลลาสำหรับแรงบันดาลใจ
รอบาน็อฟฟี่อยู่ แต่ถ้าช้าไม่รอนะ ไปเอาใน marthasteward นะ
….

ทำไม่เป็นยังเล่นตัวอีกนะ 555

Comments (5)

คบคนพาน พาลพาไปหาผิด คบเด็กวิจิตรฯ เด็กพาทำขนม

                                                                                                                                                                                                                                                                                    ก็ไม่มีอะไรมาก สืบเนื่องจากชื่อโพสต์นั่นแหละ เพราะเด็กวิจิตรฯแถวนี้ล้วนพาดิฉันทำขนม ส่วนครูส้ม เด็กลาดกระบังผู้เป็นเพื่อนเด็กวิจิตรฯ ก็เป็นนกต่อพาดิฉันเช่าหน้าร้านขนมแถวท่าพระอาทิตย์อยู่ ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่
อันนั้นก็ว่ากันไป

ทีนี้ ในเมื่อไปเชียงใหม่มา ใจเขาใจเรา คิดว่าน้องคงอยากดูเรื่องราวของถิ่นเก่า เลยแวะไปในวันที่ว่างแบบไม่ได้เจตนาจะว่าง (เออนิ ฉันว่างแบบนี้บ่อยมาก แถวปิ่นเกล้าเรียกถูกลอยแพ) ก็เป็นอันว่าไปงานคณะวิจิตรฯ ดีกว่า เห็นโฆษณาว่ามีงานครบรอบ 25 ปี

จำง่ายมาก ก่อตั้งปีเดียวกับที่ฉันเกิดพอดี ปีนี้ครบ 25 ปี เบญจเพศ
ไปไหนมาไหนฉันระวังตัวตลอด

งานคณะนี้ต้องดีชัวร์ ต้องเป็นงานแฟร์ที่ดีงานหนึ่งที่มีข้าวของวิจิตรๆๆ วิดเจ็ทๆๆ มาทำมืออวดกัน ทั้งงานผ้าปักแนวอิงลิชคันทรี่ (แต่ใช้ภาพโมเดิร์นๆ ทำแบบ) งานเซรามิก งานหล่อ งานสวย งานเพ้นท์ งานพิมพ์ งานแกะ งานแพะ งานวัวนม ฯลฯ (สองอันหลังมั่ว)      ดังนั้น คงเป็นบุญตา โฮ๊ยย อยากช็อปๆๆๆ โทรฯเรียกแท็กซี่ด่วน แป็บเดียวก็มาพร้อม
คนขับในเสื้อม่อฮ่อม คล้องมาลัยมะลิสายเดี่ยว ได้จัยว่ะ

แท็กซี่    “ไปตี้ใดขรับ” (เสียงขึ้นจมูกแบบเนื้ออออ..เหนือ ในรถมีเสียงสะล้อคลอเบาๆ ทำให้ป้าเสือหิวแหนม สำเนียงอย่างพี่แท็กซี่นี่ ต้องเป็นคนพาน คืออำเภอพาน    จังหวัดเชียงรายแน่ๆ )
พี่เสือ    “คณะวิจิตรศิลป์ ในมช.จ่ะ”
แท็กซี่   ”ขรั่บบๆๆ” ไปไหนมาไหนกับคนเมืองนี่ดีอย่าง พูดจาเข้าใจง่าย รู้จักทางทั่วถึงดี เมืองเล็ก ถนนเยอะ มีวงแหวนใยแมงมุม พี่แม้วเขาทำไว้เพิ่งเสร็จ ขับวนๆ เดี๋ยวก็มาที่เดิมได้ง่ายดาย จะเข้าเมืองรถก็ไม่ติดเหมือนเดิม ไอ้คนนั่งก็ไปอยู่ไม่กี่ที่หรอก หนามบิน      กาดสวนแก้ว เชียงอินทร์ ไนท์บาซาร์ นิมมาน หน้ามอ เซ็นทรัลแอร์พอร์ต หลังมอ            คลองชล     ริเวอร์ไซด์ ร้านเพ็ญ วัวลาย วัดพระสิงห์ ตีนดอย ฯลฯ ไม่เกินนี้
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
แท็กซี่ “ไปตางใดอ่ะขรับ?”

……………………….

อ่ะ เป็นอันว่าได้สาวต้อม ณ ร้านหมอนนอนกินแรงบอกทางให้ทางโทรศัพท์ พี่เสือแหวกทางถางป่าลุยเข้าไปในมช. ถึงรู้เฉลยว่าคณะวิจิตรฯ ซุกอยู่ข้างคณะเกษตร แต่ยังค่ะ เขาจัดงานที่หอศิลป์ต่างหาก
กว่าจะมาถึงหน้าหอศิลป์ได้ แก็งค์เต็ค คูโบต้าถึงกับตามมาทันกันหน้าหอศิลป์
(ทั้งที่เขามากันจากสันกำแพง)
แทนที่จะเดินกันสองแม่ลูก เราเลยได้ไปดูงานกันพร้อมหน้า พร้อมตาพร้อมยาย 
(ที่จริงเป็นว่าที่คุณปู่ คุณย่าของลูกของไลลาในอนาคต) ชื่อปีเตอร์และเจ๊ไก่ บอกแล้วว่า she never die จูงมือกันเดินดูงานชื่นมื่น

แต่พี่เสือสิเซ็งสุด เพราะ hidden agenda  สไตล์ป้าเสือคือช็อปงานมือค่ะ ลืมนึกไปเสียสิ้นว่ายามนั้น นั่นคือสายๆ วันอาทิตย์ เด็กวิจิตรหน้าไหนมันจะล้างหน้าหวีผมมาเปิดบูธวะ ถึงจะเป็นงาน 25 ปีของคณะก็ช่างปะไร เมื่อคืนกูก็เมาถึงเช้าอยู่ดี

 

 

 ประวัติย่อน่ารักๆ ของศิษย์เก่าผู้ทำขนม เอ๊ย ทำชื่อเสียงแก่คณะ

 

อันนี้ใบปิดยักษ์เรื่องงานยี่บห้าปีนี่แหละ อลังมั้ยเล่าพี่น้อง

……………………………….

 

สรุปว่าประทับใจมาก ที่เด็กวิจิตรฯธำรงรักษาความเป็นติสต์ไว้ได้อย่างไม่มีใดมาขัดขวางได้ งานทั้งงานนอกจากภาพจัดแสดงนิ่งๆ แล้ว พี่เสือเดินดมแต่บูธเปล่าๆ จนเกือบลงแดง
แต่ก็รักนะ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “คบคนพาน พาไปคณะผิด คบเด็กวิจิตรฯ เด็กพา ทำขนม”
ว่าแล้วไปทำขนมดีกว่า

………………………………….

Comments (19)

Older Posts »
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.